รวมวิธีลดน้ำหนักช่วงมีประจำเดือน และเทคนิคลดตัวบวมฉบับเห็นผลจริง! ไขข้อสงสัยทำไมน้ำหนักขึ้นตอนมีเมนส์ พร้อมตารางกิน-ออกกำลังกายที่ทำตามได้ทันทีที่ Kidteung.com
ทำไม “น้ำหนักขึ้น” ช่วงมีประจำเดือน?
หลายคนตกใจที่ตาชั่งพุ่งขึ้น 1-2 กิโลกรัมในช่วง “วันมามาก” ความจริงแล้วนั่นคือ Water Retention หรือการกักเก็บน้ำของร่างกายครับ สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน Progesterone ที่สูงขึ้นก่อนมีรอบเดือน ทำให้ร่างกายสะสมโซเดียมและน้ำไว้ในเซลล์มากกว่าปกติ ดังนั้นอย่าเพิ่งท้อ เพราะนี่ไม่ใช่ไขมันส่วนเกินเสมอไป!
1. กลยุทธ์การกิน : เน้นโปรตีนและธาตุเหล็ก
ในช่วงที่ร่างกายเสียเลือด เราจะรู้สึกเพลียและหิวบ่อย (Cravings) การเลือกทานอาหารจึงสำคัญมาก:
- เน้นเนื้อแดง(Red Meat) และตับ : เช่น เมนู กะเพราเนื้อไข่ดาว หรือ ตับทอด เพราะมีธาตุเหล็กสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดและลดอาการหน้ามืด
- เลี่ยงน้ำตาล: พยายามลดขนมหวานขัดสี เพราะภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากทานอาหารจำพวกน้ำตาลหรือแป้งขัดขาว ซึ่งจะไปกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้นและ ตัวบวม
2. ตัดวงจรตัวบวมด้วย “กฎลดโซเดียม”
ในช่วงที่ร่างกายเสียเลือด เราจะรู้สึกเพลียและหิวบ่อย (Cravings) การเลือกทานอาหารจึงสำคัญมาก:
- เน้นเนื้อแดง(Red Meat) และตับ : เช่น เมนู กะเพราเนื้อไข่ดาว หรือ ตับทอด เพราะมีธาตุเหล็กสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดและลดอาการหน้ามืด
- เลี่ยงน้ำตาล: พยายามลดขนมหวานขัดสี เพราะภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากทานอาหารจำพวกน้ำตาลหรือแป้งขัดขาว ซึ่งจะไปกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้นและ ตัวบวม
3. ดื่มน้ำให้มากกว่าที่เคย (Hydration Strategy)
ฟังดูย้อนแย้ง แต่การ “ดื่มน้ำเยอะๆ” คือวิธีลดบวมที่ดีที่สุด เมื่อร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ มันจะเลิกกักเก็บน้ำส่วนเกินและขับโซเดียมออกทางปัสสาวะ แนะนำให้จิบน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องตลอดวัน
4. จ๊อกกิ้ง (Jogging) เบาๆ กุญแจสำคัญสู่ความลีน
การออกกำลังกายช่วงมีเมนส์ไม่จำเป็นต้องหนัก:
- คาร์ดิโอความเข้มข้นเบาๆ Low-Intensity Cardio : การออกกำลังกายที่หัวใจเต้นไม่แรงมากและทำต่อเนื่องได้นาน เช่น การวิ่งเหยาะๆ หรือจ๊อกกิ้งประมาณ 40-60 นาที (เพซประมาณ 10-11) ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและการไหลเวียนโลหิต
- ลดปวด: การขยับตัวจะช่วยหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ลดอาการปวดท้องเมนส์ได้ดีเยี่ยม
5. ปรับความคิด(Mindset) : รักตัวเองไม่เจ็บเลยสักวัน
ช่วงนี้ร่างกายอาจจะอ่อนแอและอารมณ์แปรปรวนหรือความเข้าใจว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นช่วงมีเมนส์เป็นเรื่องธรรมชาติ อย่ากดดันตัวเองเรื่องตัวเลขบนตาชั่งจนเกินไป การดูแลตัวเองด้วยอาหารที่ดีและการขยับตัวที่เหมาะสม คือการแสดงความรักต่อตัวเอง (Self-love) ที่ดีที่สุด
